แก้ไขโดย พ.ท.ดร.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ
|
ในศตวรรษที่ 21 ไม่สามารถที่จะปฏิเสธได้ว่าการบริการทางด้านข้อมูลข่าวสารได้เข้าไปสู่สังคมและธุรกิจการค้า ข้อมูลข่าวสารกลายเป็นสิ่งจำเป็นด้วยตัวของมันเอง ยิ่งไปกว่านั้นทั่วโลกและทุกหนทุกแห่งได้มีการใช้ข้อมูลข่าวสาร ทำให้โครงข่ายหลักเกิดความหนาแน่นในการใข้งาน แม้ว่าระบบรับ-ส่งสัญญาณของเส้นใยแก้วนำแสงสามารถที่จะส่งสัญญาณได้เร็วถึง 2.5Gbps แต่ก็ยังไม่พอที่จะรองรับกับจำนวนผู้ใช้ได้จึงมีวิธีที่จะเพิ่มความเร็วในการส่งสัญญาณให้มากขึ้นไปอีกโดยอาศัยโครงข่ายเดิมของเส้นใยแก้วนำแสงสามารถทำได้ 2 วิธี 1. เพิ่มอัตราเร็วจากระบบเดิมที่ใช้อยู่ โดยการใช้ Multiplexing แบบ Time-Division Multiplexing (TDM) เข้ามาช่วยซึ่งสามารถเพิ่มได้ถึง 16 เท่าจากระบบเดิม แต่มีความยุ่งยากและค่าใช้จ่ายสูงในด้านการซื้อสินค้าและการบำรุงรักษา 2. เพิ่มจำนวนความยาวคลื่นแสงในเส้นใยแก้วเส้นเดิม โดยการใช้ Multiplexing แบบ Wavelength Division Multiplexing (WDM) เข้ามาช่วยให้สามารถส่งแสงหลายๆความยาวคลื่นหรือหลายๆสี ไปบนเส้นใยแก้วนำแสงเส้นเดียวกัน ข้อแตกต่างระหว่าง TDM และ WDM TDM เป็นการนำข้อมูลจากหลายๆเส้นทางนำมาเรียงเป็นข้อมูลอันเดียว ดังรูป
|
WDM เป็นการส่งข้อมูลแต่ละอันไปบนความยาวคลื่นเฉพาะสำหรับข้อมูลนั้น ดังรูป
|
ชนิดของความยาวคลื่นและระบบ WDM เส้นใยแก้วนำแสงเริ่มมีการผลิตตั้งแต่ปี1900 แต่ไม่ค่อยเป็นที่นิยมเพราะมีการลดทอนของสัญญาณในระดับ 1000 dB/km ต่อมาในช่วงปี 1950 ได้มีการศึกษาและวิจัยเรื่องการส่งสัญญาณแสงในแก้ว ประกอบกับกระบวนการผลิตเส้นใยแก้วนำแสงก็ได้ก้าวหน้ามากขึ้นจนทำให้การลดทอนของสัญญาณมาเป็นระดับ 4 dB/km จึงนำมาใช้ในเชิงธุรกิจมากขึ้น และได้มีการตั้งความยาวคลื่นแสงที่เป็นมาตราฐานโดยเรียกว่า ”Window” ซึ่งสามารถแบ่งได้ 4 กลุ่มใหญ่ๆคือ 1. First Window มีความยาวคลื่น 850nm 2. Second Window หรือ S band มีความยาวคลื่น 1310 3. Third Window หรือ C band มีความยาวคลื่น 1550nm 4. Fourth Window หรือ L band มีความยาวคลื่น 1625nm
|
ระบบ WDM มีเริ่มมีมาตั้งแต่ปี 1980 สามารถส่งได้ 2 ช่อง เรียกว่า Wideband WDM ปี 1990 เป็นรุ่นที่ 2 ของ WDM สามารถส่งได้ 2-8 ช่องและแต่ละช่องห่างกัน 400GHz ในความยาวคลื่น 1550nm เรียกว่า Narrowband WDM ปี 1996 เป็นรุ่นที่ 3 ของ WDM โดยสามารถส่งได้ 16-40 ช่องและแต่ละช่องห่างกัน 100-200GHz และได้มีการพัฒนาจนสามารถส่งได้ 64-160 ช่องและแต่ละช่องห่างกัน 25-50GHz เรียกว่า Dense WDM (DWDM) ซึ่งดูได้จากรูป
|
โดยเริ่มจาก Transmitter ซึ่งทำหน้าที่เปลี่ยนข้อมูลทางไฟฟ้าเป็นสัญญาณแสงแล้วส่งเข้าสู่เส้นใยแก้ว Transmitter หนึ่งชุดจะส่งแสงออกมา 1 ความยาวคลื่นถือเป็น 1 ช่องสัญญาณจากนั้นแสงทุกช่องสัญญาณที่มีความยาวคลื่นต่าง กันจะถูกรวมเข้าด้วยกันโดยกระบวนการทางแสงด้วย Optical Multiplexer (Mux) เพื่อส่งไปยังปลายทางด้วยเส้นใย แก้วเพียงเส้นเดียว ข้อมูลที่เดินทางในระหว่างเส้นทางจะถูกลดทอนสัญญาณทำให้แสงมีค่าความเข้มแสงอ่อนลง จึงต้องมี Optical Amplifier ทำหน้าที่ขยายสัญญาณแสงทุกช่องสัญญาณพร้อมกันให้มี ขนาดความเข้มแสงมากพอที่จะเดินทางต่อไปไกล เมื่อข้อมูลเดินทางถึงปลายทางสัญญาณแสงที่รวมทุกช่องสัญญาณมาก็จะถูกแยกออกให้เป็นช่องสัญญาณเดี่ยวตามค่าความยาวคลื่นแสงด้วยอุปกรณ์เชิงแสงที่เรียกว่า Optical Demultiplexer (DeMux) จาก นั้นก็เปลี่ยนข้อมูลทางแสงเป็นไฟฟ้า หลักการทำงานของระบบ DWDM 1. Generating the Signal คือแหล่งให้กำเนิดแสงที่สามารถผลิตแสงที่มีความยาวคลื่นตามที่ต้องการเพื่อที่จะเป็นตัวขนส่งข้อมูลโดยการรวมกันสัญญาณ Analog 2. Combining the Signal คือการรวมสัญญาณให้สามารถส่งไปบนเส้นใยแก้วนำแสงเพียงเส้นเดียวได้ 3. Transmitting the Signal จะมีผลที่เกิดจากการส่งสัญญาณไปในเส้นใยแก้วนำแสงคือการลดทอนและการสูญเสียของสัญญาณ ซึ่งสามารถลดได้โดยการควบคุม ระยะห่างของแต่ละช่องสัญญาณ, ความยาวคลื่นที่ใช้ และระดับของพลังงานของแหล่งให้กำเนิดแสง 4. Separating the Receive Signal คือการแยกสัญญาณออกทำตรงข้ามกับการรวมสัญญาณ 5. Receiving the Signal คือการแยกข้อมูลออกจากแสงโดยเครื่องตรวจจับแสง
|
ข้อดีของระบบ DWDM คือ 1. สนับสนุนหลากหลาย Protocol 2. ส่งได้ BandWidth เพิ่มขึ้น Speed สูงขึ้นในเส้นใยแก้วนำแสงเส้นเดิม 3. ประหยัดอุปกรณ์ทวนสัญญาณ, เส้นใยแก้วนำแสง และอุปกรณ์เชื่อมต่อ 4. ราคาถูกกว่าถ้าเทียบกับลาก fiber ใหม่ 5. สามารถใช้ได้กับโครงข่ายเดิม ผลกระทบที่จะเกิดขึ้น 1. ทำให้เทคโนโลยี Wireline ชนิดอื่นๆถูกทำให้สาบสูญ 2. อุปกรณ์ทางด้านการสื่อสารจะถูกเปลี่ยนแปลงให้เป็นแสงทั้งหมดเช่น Optical Cross-Connect, Optical Switching เป็นต้น เหมาะสมกับประเทศไทยเพราะว่า 1. ประเทศไทยมีโครงข่าย Synchronous Digital Hierarchy (SDH) อยู่แล้วทั่วประเทศ 2. สามารถที่จะขยายหรือเพิ่มการติดต่อสื่อสารได้ง่ายขึ้น 3. สามารถใช้กับระบบที่หลากหลายของประเทศไทยได้
|
TOT อัปเกรดโครงข่ายในเขตกรุงเทพฯ ด้วยด้วยแพลตฟอร์มมัลติเซอร์วิส เพื่อเพิ่มความเร็วโครงข่ายจาก 1 Gbps เป็น 320 Gbps โดยติดตั้งโซลูชันออปติคัลของซิสโก้ ซีสเต็มส์ บนแพลตฟอร์ม Cisco ONS 15454 Multi-service Transport Platform (MSTP) ซึ่งโซลูชันดังกล่าวจะช่วยให้ TOT สามารถเพิ่มอัตราความเร็วของโครง ข่ายจากเดิม 1 Gbps เป็น 320 Gbps โดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์หรือติดตั้งใยแก้วนำแสงเพิ่มเติม แพลตฟอร์ม Cisco ONS 15454 MSTP จะรองรับบริการมัลติเซอร์วิสผ่านระบบ Metro Dense Wavelength -Division Multiplexing (DWDM) โดยจะผนวกรวม DWDM และการเชื่อมต่อ 10 Gbps จำนวน 32 แชนเนล และขยายการเชื่อมต่อออปติคัลจากหลายสิบกิโลเมตรเป็นหลายร้อยกิโลเมตร จากการอัปเกรดโครงข่ายครั้งนี้ จะช่วยให้สามารถเปลี่ยนย้ายจากโครงข่ายแบบ Circuit-Switched รุ่นเก่า ไปสู่โครงข่าย Internet Protocol (IP) ทั้งนี้เทคโนโลยี IP จะทำให้สามารถประหยัดค่าใช้จ่ายในการนำเสนอบริการด้านเสียง ข้อมูล การจัดเก็บข้อมูล อีเธอร์เน็ต วิดีโอ และบริการอื่นๆ บนโครงข่ายเดียวกัน TOT คาดว่าความต้องการที่เพิ่มสูงขึ้นสำหรับการเชื่อมต่อบรอดแบนด์ความเร็วสูงและบริการด้านข้อมูล เสียง และวิดีโอ ทั้งในส่วนของลูกค้ารายย่อยและลูกค้าองค์กร อีกทั้งยังช่วยให้ TOT สามารถเพิ่มหรือลดกำลังความ สามารถของโครงข่ายได้อย่างยืดหยุ่นสอดรับกับความสามารถ ในการจัดการโครงข่ายทั้งหมดให้เป็นไปอย่างสะดวกง่าย โดยในช่วงเริ่มแรก ระบบโครงสร้างพื้นฐานใหม่นี้จะสนับสนุนบริการ บรอดแบนด์ภายในเขตที่พักอาศัยในพื้นที่กรุงเทพฯ นอกจากนี้ TOT กำลังทดลองบริการอื่นๆ อีก ซึ่งจะนำออกสู่ตลาดในอนาคตอันใกล้ ฅ Reference: 1. en.wikipedia.org/wiki/Wavelength_division_multiplexing 2. www.cisco.com/univercd/cc/td/doc/product/mels/dwdm/dwdm_fns.htm 3. www.cisco.com/univercd/cc/td/doc/product/mels/cm1500/dwdm/dwdm_fns.htm 4. www.cisco.com/univercd/cc/td/doc/product/mels/cm1500/dwdm/dwdm_ovr.htm 5. www.cme.mut.ac.th/article/DWDM.pdf 6. www.mod.go.th/opsd/dstcweb/ict/fiber.doc 7. www.eng.mut.ac.th/Telecom/Article_detail.asp?ArticleID=136 8. www.tj.co.th/article/networking/4212.html 9. www.manager.co.th/CyberBiz/ViewNews.aspx?NewsID=9480000079018 ที่มา www.guru-ict.com
|
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น